หากสังเกตุพฤติกรรมของคนไทยดีๆแล้ว จะพบได้ว่าในทุกๆการตัดสินใจ
มักจะมีคนใดคนหนึ่งหรือมากกว่าพูดคำว่า "อะไรก็ได้" ออกมาเสมอ
อาจจะเป็นเพราะคนไทยมีนิสัยขี้เกรงใจจึงทำให้พฤติกรรม "อะไรก็ได้" เกิดขึ้นจนเป็นความเคยชิน
ซึ่งในความเคยชินนี้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่คนไทยเป็นโรคขาดความมั่นใจในตัวเอง
เนื่องจากไม่มีความกล้าที่จะตัดสินใจใดๆ
ซึ่งตามความคิดเห็นของข้าพเจ้ามีคนที่เป็นเช่นนี้อยู่ร้อยละ 80
จากจำนวนคนที่ข้าพเจ้าได้รู้จัก
ซึ่งอาจเป็นอีกเหตุผลว่าทำไมคนไทยถึงสามารถชักจูงไปตามกระแสของโลกได้โดยง่าย
ถึงแม้ว่าในสังคมของเรานั้นอาจจะมีคนที่เรียกว่า เอาแต่ใจ อยู่บ้าง
แต่ถึงกระนั้นบุคคลเหล่านี้ก็ไม่อาจหลบเลี่ยงพฤติกรรมนี้ไปได้
เพราะถึงแม้ว่าจะต้องการแค่ไหน แต่หากฝ่ายตรงกันข้ามลำบากเกินกว่าจะหามาได้
หรือไม่สามารถปฏิบัติตามได้อย่างครบถ้วน คนๆนั้นก็ต้องยินยอมและรับในสิ่งที่เป็นให้ได้ในที่สุด
อาจจะเป็น"อะไรก็ได้ในแบบจำยอม"
(อะไรก็ได้ที่ทำให้พอใจได้มากที่สุด ซึ่งอาจจะไม่ได้ตามต้องการ100%)
แต่ถึงกระนั้นไม่ว่าใครก็ไม่สามารถจะหลุดพ้นจากพฤติกรรมนี้ไปได้
อาจะเป็นเพราะว่าคนไทยนั้นปรับตัวเก่งจนสามารถรับได้กับทุกอย่าง
ซึ่งนี่ก็อาจเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คนไทย สามารถรับสิ่งต่างๆที่เข้ามาในชีวิตได้อย่างไม่มีปัญหา
ไม่ว่าจะเป็นการรับเอาวัฒนธรรมของชาติต่างๆเข้ามาในประเทศ
หรือการรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวันกับระบบการเมืองที่ขึ้นๆลงๆ
ตามสภาพทางความคิดของคนบางกลุ่ม
คนไทยก็สามารถรับมือและดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างไม่มีปัญหา
อาจจะเพราะว่าคนไทยเป็นประเทศที่ให้อิสระทางความคิดสูง
ซึ่งอาจจะสังเกตได้จากร้านอาหารไม่ว่าประเทศไหนๆก็จะมีร้านเฉพาะที่ขายอาหารเฉพาะจำพวกนั้นๆ
เช่น ร้านราเมง ร้านซูชิ ร้านอาหารฝรั่งเศส ร้านอาหารอิตาลี หรือแม้แต่แมคโดนัล เป็นต้น
แต่ประเทศไทยกลับมีร้านอาหารตามสั่งเรียงรายอยู่มากมายตามท้องถนน
เพียงแค่เดินเข้าไปแล้ว คิดสักหน่อยว่า วันนี้คุณอยากจะกินอะไร
แม่ค้าก็สามารถที่จะดลบันดาลให้คุณได้เสมอ (ถ้าของไม่หมดซะก่อน)
ที่กล่าวมาข้างต้น ดูจะมีแต่คำว่า"อาจจะ" อยู่เต็มไปหมด
ซึ่งอาจเพราะว่าตัวข้าพเจ้าเองก็อาจเป็นบุคคลประเภท "อะไรก็ได้" เป็นได้
-----------------------------------------------------------------------------------------



















